การทำเครปเค้ก

เค้กยอดฮิตที่เป็นที่โปรดปรานของใครหลายคน ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือ เครปเค้กค่ะ ร้านเค้กหลายร้านก็ต้องทำเค้กชนิดนี้ออกมาวางขายกันยกใหญ่ เพราะถ้าทำได้อร่อยล่ะก็ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน จริงๆแล้วการทำเครปเค้กไม่ยากเลยค่ะ แต่ต้องใช้ความอดทนในการประกอบร่างเค้กทีละชั้นอย่างปราณีต ยิ่งเยอะชั้นก็ยิ่งนุ่มอร่อย วันนี้ทำกินเองเลยไม่ได้พิถีพิถันมากซักท่าไหร่ แต่เพื่อนๆเอาไปทำกินเองดูได้นะคะ อาจจะทำหลายๆชั้นเลยก็ได้ โดยใช้สูตรแป้งเครป และครีมตามนี้ก็ได้ค่ะ ส่วนซอสราสเบอร์รี่ ส่วนตัวมีสูตรแล้ว แต่วันนี้แอบขี้เกียจ เลยใช้น้ำเชี่อมจากเชอร์รี่เชื่อมที่ซื้อมานิดหน่อยค่ะ
ส่วนผสมและสัดส่วน
ส่วนผสมแป้งเครป
1. แป้งเค้ก 2 ถ้วย
2. ไข่ไก่ 4 ฟอง
3. นมสด 2 ถ้วย
4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
5. เนยละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ 1/2 ช้อนชา
7. กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
ส่วนผสมครีม
1. วิปปิ้งครีม 2 ถ้วยตวง
2. น้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ
อื่นๆ
1. เชอร์รี่เชื่อม
ขั้นตอนการทำแป้งเครป
1. ร่อนแป้งเค้ก น้ำตาลทราย เกลือ เข้าด้วยกันค่ะ
2. ผสมไข่ไก่ นมสด เข้าด้วยกัน เติมกลิ่นวานิลลา เนยละลาย
3. เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไป ผสมให้เข้ากัน
4. ใส่เนยลงในกระทะแบนเล็กน้อย พอร้อนตักแป้งลงไปทอด ทำให้แป้งเป็นแผ่นบาง ทอดให้สุกทั้ง
2 ด้าน
5. ทำไปเรื่อยๆจนแป้งหมด สูตรนี้น่าจะได้สัก 20 แผ่นค่ะ พอทอดแป้งเครปเสร็จพักแป้งให้เย็นตัว
1. ใส่วิปปิ้งครีมและน้ำตาลไอซิ่งลงในเครื่องผสม ตีให้ครีมฟูขึ้น ถ้าครีมตั้งยอดก็เป็นอันใช้ได้
2. นำแป้งเครปวางลงบนฐานเค้ก ปาดครีมบางๆ และวางแป้งอีกชั้นต่อด้วยการปาดครีม ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนแป้งหมด หรือได้ความสูงที่ต้องการ
3. ปิดท้ายด้วยการปาดครีมปิดก้อนเค้กทั้งหมด
4. ตัดเค้กแบ่งเสิร์ฟ ตกแต่งด้วยเชอร์รี่เชื่อม และราดน้ำเชื่อมเชอร์รี่ ถ้าไม้ชอบหวานมากไม่ต้องราดน้ำเชื่อมก็ได้ค่ะ (แล้วแต่ชอบ)
เครปต้นกำเนิดจากเมืองแฟชั่น
เครป มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส นิยมรับประทานเป็นมื้อหลักหรือรับประทานเป็นของคาว มากกว่าที่จะเป็นของหวาน แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว คนมักจะเข้าใจว่า เครปมีต้นกำเนิมาจากทางประเทศญี่ปุ่น เพราะเครปเป็นที่แพร่หลาย และพบเห็นได้โดยทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น แต่อันที่จริงประเทศญี่ปุ่นได้นำวัฒนธรรมของประเทศฝรั่งเศสมาปรับใช้ ดัดแปลงให้เหมาะสม จนเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของญี่ปุ่น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นจะนิยมทำเครปในแบบของหวานมากกว่าและมีทั้งเครปแบบแป้งกรอบและเครปแบบแป้งนิ่มด้วย
อ้างอิง : 108keajononline.blogspot.com

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น